TCAS รับตรง ทุน ทุนเรียนต่อต่างประเทศ ค่าย สอบราชการ ปริญญาโท-เอก

รีวิวการเตรียมตัวสอบและการเรียนของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต EP.1

การรีวิวการเตรียมตัวสอบและการเรียน ของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต EP.1

 

สวัสดีค่ะ ขอแนะนำตัวก่อนเลยว่าตอนนี้ พี่เรียนอยู่ ชั้นปีที่ 2 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิตค่ะ ด้วยตอนที่พี่สอบนั้นเป็นปีการศึกษา 2558 ปีนั้นที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิตยังมีการสอบรับตรงอยู่นะคะ แต่สำหรับในปีการศึกษา 2560 ทางมหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้เปิดรับสมัครนักศึกษาผ่านระบบแอดมิชชั่นกลางเท่านั้น ดูระเบียบการได้ที่ http://a.cupt.net/

ซึ่งเกณฑ์การคัดเลือกนั้น จะใช้คะแนน O-Net,GAT,PAT2 มาคิดคะแนน

คะแนนAdmissionกลาง คณะพยาบาลศาสตร์ ปี 2558     คะแนนAdmissionกลาง คณะพยาบาลศาสตร์ ปี 2559

คุณสมบัติผู้สมัครคณะพยาบาลศาสตร์

หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต

  1. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญ ในแผนการเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
  2. มีบุคลิกภาพดี รูปร่างสมส่วน น้ำหนักสัมพันธ์กับส่วนสูง และความสูง 155 เซนติเมตรขึ้นไป
  3. มีความประพฤติดี สามารถปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับของมหาวิทยาลัยโดยเคร่งครัด
  4. ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  5. ในกรณีที่เป็นนักศึกษาต่างชาติ ต้องผ่านการทดสอบทักษะภาษาไทยตามเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย
  6. เป็นผู้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรคและอาการของโรค หรือความพิการ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ดังต่อไปนี้

6.1 ปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรง

6.2 โรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย

6.3 โรคหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา เช่น โรคลมชัก โรคหัวใจระดับรุนแรง โรคความดันโลหิตสูงรุนแรง ภาวะไตวายเรื้อรัง โรคติดสารเสพติดให้โทษ

6.4 ตาบอดสี ชนิดรุนแรงทั้งสองข้าง

6.5 ความผิดปกติในการมองเห็นภาพ เช่น ไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นสามมิติ

6.6 หูหนวกหรือ หูตึง

6.7 โรคหรือความพิการอื่นๆ ที่คณะกรรมการและผู้ตรวจร่างกาย เห็นว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา

 

การใช้ชีวิตมหาวิทยาลัย

การสอบตรง

เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าเนาะ ในตอนแรกหลังจากที่พี่ตัดสินใจว่าจะเลือกเรียนพยาบาล พี่ก็ได้หาข้อมูลอยู่หลายที่ เพราะพี่ไม่อยากยื่นแอด ด้วยเหตุผลเดียวเลยคือ เกรดไม่สูง พี่เลยพยายามหารับตรงที่ไม่กำหนดเกรดเฉลี่ย ( พี่ยอมรับกันตรง ๆ เลยว่า สมัยเรียนม.ปลายพี่ไม่ใช่เด็กขยันเรียนในรร. แต่พี่เลือกที่จะไปลงเรียนกวดวิชาเพราะโดยส่วนตัวพี่รู้สึกว่ามันได้ความรู้เยอะกว่า ) แล้ววันสอบข้อเขียนก็มาถึง ข้อสอบของสวนดุสิตจะว่ายาก ก็ยาก จะว่าง่าย ก็ง่าย เพราะ ข้อสอบของสวสนดุสิตเป็นข้อสอบที่ใช้ทั้งความเร็วและความรู้ คู่กัน ถ้าน้องความรู้ไม่แม่นพี่บอกเลยว่า ทำไม่ทันแน่นอน

หลังจากที่สอบข้อเขียนเสร็จไปแล้วเรียบร้อยนั้น ด้วยจำนวณคนที่ทางคณะเปิดรับ กับจำนวนผู้สมัครช่างจะต่างกันลิบลับ มันทำให้พี่รู้สึกหวั่นอยู่เหมือนกัน ว่าจะสอบข้อเขียนผ่านมั๊ย ( ในปีนั้น ถ้าพี่จำไม่ผิด คนสมัครคณะพยาบาลประมาณ 5,000 กว่าคนได้ ) จนวันประกาศผลสอบข้อเขียนก็มาถึง พี่สอบผ่านข้อเขียน และได้ไปต่อ

 

ในรอบต่อมาคือ การสอบสัมภาษณ์ ถามว่า ประหม่ามั๊ย……ประหม่ามาก แต่ด้วยความที่ว่าพี่พอจะหาข้อมูลของคณะพยาบาล สวนดุสิตมาเป็นทุนเดิม เผื่ออาจารย์ผู้สอบสัมภาษณ์ถามแล้วเราจะได้ตอบได้ อาจารย์เค้าจะรู้สึกว่า เราอยากเข้าที่นี่จริง ๆ นะ ในวันสอบสัมภาษณ์ พี่ก็แต่งตัวแบบถูกระเบียบ มัดผม ตัดเล็บมือ เล็บเท้า คือพยายามทำให้ดูสะอาดสะอ้านสมกับที่จะเรียนพยาบาลอะไรงี้ วันสอบสัมภาษณ์ ทางคณะเค้าจะให้เรางดน้ำงดอาหารหลังเที่ยงคืน เพราะในตอนเช้าจะมีการเจาะเลือด ตรวจร่างกาย และ X-Rays ก่อนสอบสัมภาษณ์ เมื่อถึงเวลาสอบสัมภาษณ์ อาจารย์จะจัดให้เข้าไปทีละคน ( ห้องสอบสัมภาษณ์ปีพี่มี 3 ห้อง อาจารย์สอบสัมภาณ์ โต๊ะละ 2 ท่าน บอกได้คำเดียวว่าบรรยากาศแอบเครียดเบาๆ )

 

เมื่อถึงตอนที่พี่โดนเรียกเข้าไปสอบสัมภาษณ์ พี่อาศัยรอยยิ้มเป็นใบเบิกทางเข้าไปก่อนเลย หลังจากนั้นอาจารย์ก็ให้พี่แนะนำตัว ว่า ชื่ออะไร เรียนจบจากที่ไหนมา เมื่ออาจารย์เปิดโอกาสให้พี่ได้พูดแล้ว พี่เลยถือโอกาสพูดแบบnon stop เพื่อเป็นการพรีเซ้นต์ตัวเองแทนพลอตไปซะเลย ( จริงๆแล้วพี่กลัวอาจารย์จะยิงคำถามมาแล้วพี่ตอบไม่ได้มากกว่า 555)

“คำถามยอดฮิตคือ “ ทำไมถึงอยากเรียนพยาบาล ” พี่ขอบอกน้อง ๆ ไว้เลยนะคะว่า สิ่งที่พยาบาลควรมีคือ ความซื่อสัตย์

และเมื่อน้องตอบตำถามนี้ อาจารย์ท่านจะดูน้องออกว่าน้องรู้สึกเหมือนที่น้องตอบไปมั๊ย พี่ขอแนะนำสำหรับน้องที่ต้องตอบคำถามนี้นะคะว่า ให้ตอบไปตามตรงเลยค่ะว่า “ ทำไมถึงอยากเรียนพยาบาล”

ต่อจากคำถามยอดฮิตกันไปแล้วนะคะ ไม้เด็ดอีกอย่างนึงของคณะพยาบาลสวนดุสิตคือ ภาษาอังกฤษค่ะ อาจารย์ท่านจะให้น้องอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ แล้วแปลความ น้องแปลได้ก็แปลนะคะ ถ้าแปลไม่ได้ก็บอกไปตามตรง ไม่ต้องกลัว อาจารย์ใจดี และที่ขาดไม่ได้เลยคือสิ่งที่ทำให้คณะพยาบาล เป็น 1 ใน 4 อัตลักษณ์ ของมหาวิทยาลัย นั่นคือ “ บุคลิกภาพ “ อาจารย์จะให้น้องเดินให้ดู เพื่อดูบุคลิกภาพของน้องว่าเป็นอย่างไร พี่ลืมบอกว่า ตอนสอบสัมภาษณ์ ถึงแม้ว่าจะเป็นรอบรับตรง แต่อาจารย์ดูคะแนนสอบ GAT,PAT2 ด้วยนะจ๊ะ ( ตอนนั้นพี่ได้ GAT 225.5 ,PAT2 126 )

จนถึงวันสิ้นสุดการรอคอย วันประกาศผลสอบสัมภาษณ์ก็มาถึงจ้า พี่ได้เป็นนักศึกษาพยาบาลเต็มตัวซะที ความรู้สึกแรกคือ ภูมิใจกับสิ่งที่เราพยายามมาตั้งแต่ก่อนสมัครสอบ ไม่ว่าจะหาข้อมูลว่าที่สวนดุสิตเปิดคณะพยาบาลมากี่ปีแล้ว ผ่านการรับรองของสภาการพยาบาลมั๊ย มีรุ่นพี่ที่จบไปแล้วได้บรรจุหรือทำงานที่ไหนบ้าง และที่สำคัญที่สุดคือ เปอร์เซนต์การสอบใบประกอบวิชาชีพนั้นถือว่าสูงเลยทีเดียว จากข้อมูลพวกนี้มันทำให้พี่อยากเข้ามาเรียนที่สวนดุสิต ( ถ้าน้อง ๆ ได้เข้ามาเรียนแล้วน้องจะเข้าใจเลยว่า สิ่งที่พี่พูดมามันสำคัญอย่างไง )

 

เมื่อเริ่มเปลี่ยนจากเป็นนักศึกษาพยาบาล

การเปลี่ยนแปลงแรก คือ การต้องอยู่หอใน หอพักของสวนดุสิตจะอยู่ข้างคณะพยาบาลเลยค่ะ เรียกได้ว่า ตื่นมาอาบน้ำแต่งตัว แล้วเดินมา 10 เมตร ก็ถึงตึกเรียนแล้วค่ะน้อง ซึ่งหอพักนี้ ห้องนึง พัก 3 คน ห้องน้ำอยู่ในห้องของตัวเอง มีห้องรวมสำหรับนั่งทำงานกลุ่ม หรือดูทีวีก็ได้ มีห้องซักผ้า เครื่องซักผ้าไว้บริการด้วย แถมด้วยถ้าใครอยากจะตุนของกินไว้ ทางหอพักก็มีตู้เย็นไว้ให้บริการอีกด้วยค่ะ เพราะในปี 1 นั้น จะมีกิจกรรมทั้งของทางคณะ และ ของทางมหาวิทยาลัย ซึ่งการที่เราพักหอพักของทางมหาวิทยาลัยนั้นสะดวกต่อการทำกิจกรรมมากเลยค่ะ

ในส่วนของการเรียน อย่างที่พี่ได้บอกไปในตอนต้นเนาะว่า สมัยม.ปลาย พี่ไม่ใช่เด็กขยันเรียนเลย แต่พอพี่ได้เข้ามาเรียนคณะพยาบาล พี่ต้องขยันมากกว่าเดิมแบบคนละคนเลยก็ว่าได้

ในชั้นปีที่ 1 นอกจากวิชาที่เป็นพื้นฐานทั่ว ๆ ไป อย่าง ฟิสิกส์ เคมีอินทรีย์ ชีวเคมี จุลชีววิทยา โภชนการ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ น้องจะได้เรียนวิชาที่เป็นพื้นฐานที่เกี่ยวกับวิชาชีพ อย่าง วิชาระบบสุขภาพและการพยาบาล วิชาพัฒนาการมนุษย์ วิชาทฤษฎีและแนวคิดในหลักวิชาชีพพยาบาล วิชากายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา ( ปี 1 มี 3 เทอมนะจ๊ะ คือมีSummerด้วย )น้อง ๆ จะได้ตื่นตาตื่นใจที่สุด ก็คือ วิชา การพยาบาลพื้นฐาน ซึ่งจะเรียนในเทอม 2 และ Summer เพื่อเป็นพื้นฐานก่อนการขึ้นฝึกบนหอผู้ป่วยในชั้นปีที่ 2 ค่ะ

ในชั้นปีที่ 2 น้องๆจะเรียนวิชาที่เกี่ยวกับวิชาชีพมากขึ้น แต่ยังมีวิชาทั่วไปอยู่ อย่าง พยาธิวิทยา เภสัชวิทยา ภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ ที่เหลือจะเป็นวิชาที่เกี่ยวกับวิชาชีพซ๊ะส่วนใหญ่ ( เพราะเราจะขึ้นฝึกบนหอผู้ป่วยเลยต้องอักแน่นภาควิชาการกันหน่อย เพื่อประโยชน์ของผู้ป่วย ) เราก็จะเรียนวิชากระบวนการพยาบาล วิชาการสร้างเสริมสุขภาพ วิชาการประเมินภาวะสุขภาพ วิชาการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น วิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ วิชาการพยาบาลผู้สูงอายุ วิชามารดาทารกและการผดุงครรภ์ และในช่วงSummer จะเรียน วิชาวิทยการระบาด และ วิชาการพยาบาลฉุกเฉินและสาธารณภัย

ซึ่งในชั้นปีที่ 2 ที่จะต้องขึ้นฝึกปฏิบัตินี้จะขึ้นฝึกในวิชาปฏิบัติการพยาบาลพื้นฐาน วิชาปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่ วิชาปฏิบัติการพยาบาลเด็กและวัยรุ่น ( บอกได้คำเดียวว่าสนุกมากกกก ถึงจะเหนื่อย แต่พี่มีความสุขทุกวันที่ได้ขึ้นไปดูแลผู้ป่วย ) ตอนที่ขึ้นฝึกบนหอผู้ป่วย จะมีอาจารย์นิเทศก์ขึ้นกับนักศึกษาด้วย พี่รู้สึกดีนะที่มีอาจารย์ขึ้นฝึกด้วยเพราะถ้าเราทำอะไรไม่ได้ อาจารย์ก็จะแนะนำให้ว่าเราต้องทำอย่างไรถึงจะปลอดภัยกับผู้ป่วยและถูกหลักที่สุด

น้อง ๆ คงกำลังสงสัยว่า มีทั้งวิชาที่เรียนภาคทฤษฎี แล้วขึ้นฝึกบนหอผู้ป่วยตอนไหน ยังไง คือ ตอนปี 1 ตอนที่ขึ้นฝึกการพยาบาลพื้นฐาน พี่ขึ้นฝึก 2 วัน คือ จันทร์ กับ อังคาร ส่วน พุธ – เสาร์ เรียนภาคทฤษฎีค่ะ ส่วนปี 2 จะขึ้นฝึกเยอะขึ้น คือ 3 วัน จันทร์ – พุธ ส่วน พฤหัส – ศุกร์ เรียนทฤษฎี

สุดท้ายนี้ สิ่งที่พี่อยากจะฝากน้อง ๆ ที่อยากจะเป็นพยาบาลทุกคนว่า

“ การที่เราจะเป็นพยาบาลได้…ไม่ใช่แค่เพียงเราใส่ชุดขาว ใส่หมวกพยาบาล แต่เราต้องมีจิตใจที่เมตตา กรุณา เข้าใจผู้อื่น และที่ขาดไม่ได้คือ ความรู้ในการดูแลผู้ป่วยอย่างถูกต้อง “

 

ในปี 2558 หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ทั่วประเทศคะแนนจะเฟ้อมาก

 

น้องๆที่อยากเข้าพยาบาลหรืออยากติดตามพี่เค้าได้เลยที่ สามารถคุยกันได้เลยที่ Onihime Misa  คลิกที่ชือได้เลย

 

ติดตามคณะพยาบาลศาสตร์ สวนดุสิต  คลิกที่นี้

 

———————————————————————————————

ติดตามช่องทางรับการข่าวจากลิงค์ด้านล่างได้เลยนะครับ มีข่าวรับตรง ค่าย ทุนตั้งแต่ม.ปลายถึงปริญญาเอก รอให้น้องสมัครอยู่

คลิกติดตามข่าวทางfacebook             คลิกติดตามข่าวทางline    คลิกติดตามข่าวทางtwiter        คลิกติดตามข่าวทาง google+

IG @sangfans หรือ https://www.instagram.com/sangfans/

———————————————————————————————

พี่นัทถึงน้อง 

อยากเรียนพยาบาลศาสตร์ ไม่ใช่แค่จะเป็นชุดขาว แต่ต้องมีจิตใจที่เสียสละที่พร้อมเป็นพยาบาลทั้งกายและหัวใจ

น้องที่อยากเรียนรีวิวรับตรง ส่งข้อมูลมาหาพี่นัทได้เลยนะครับ เพื่อน้องๆจะได้เตรียมตัวกัน

ข่าวรับตรงคณะพยาบาลศาสตร์ คลิกอ่านที่นี้

หรือสนใจมหาวิทยาลัยไหนสามารถคลิกรูปด้านล่างได้เลย

Exit mobile version