Breaking News

อวยไส้แตก!จากเด็ก60 รีวิวการเตรียมตัวและการสอบสัมภาษณ์คณะพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณย์ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

รีวิวการเตรียมตัวและการสอบสัมภาษณ์คณะพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณย์ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

                เนื่องด้วยตอน ม.4 พี่เรียนสายวิทย์-คณิต แต่หัวไม่ไปทางวิทย์มาก (เทฟิสิกส์ เคมี ชีวะ) โดยเฉพาะฟิสิกส์ ไม่เคยได้เกรด 4 เลย (มากสุดแค่3.5 เทอมเดียวด้วย ตอนม.4เทอม1) แต่ก็พยายามเรียนทางนี้เพราะว่าตอนนั้นยังไม่รู้ว่าอยากเป็นอะไร จนกระทั่งม.5 เทอม2 พี่พึ่งรู้ตัวเองว่าอยากทำงานในโรงพยาบาล อยากเรียนพวกวิทยาศาสตร์สุขภาพ (พวกหมอ พยาบาล เภสัช กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด จิตวิทยาคลนิก) พี่ก็เลยพึ่งมาสนใจพวกวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ตอนม.5 เทอม2 ซึ่งมันก็ไม่ทันแล้วอ่ะค่ะน้อง TT เราเทมันไปแล้วอ่ะ (เพราะฉะนั้นควรตั้งใจเรียนตั้งแต่ม.4เทอม1นะคะ) แต่พี่ก็พยายามนะ พี่ก็อ่านหนังสือ เน้นไปทางที่เราสมัคร เพราะมันใช้วิชาสามัญทั้ง 7 วิชาเลยนะคะ แล้วก็ใช้ Gat Pat ด้วย

   พอมาถึงม.6 เทอม1 พี่ก็ตั้งใจเรียนนะ แต่เหมือนเนื้อหามันต่อยอดอ่ะค่ะน้อง (มันต่อยอดมาเรื่อยๆ คือถ้าตอนต้นไม่ได้ ตอนปลายมันก็เละอ่ะค่ะ) ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ พี่ก็ยังไม่ได้เหมือนเดิม…จนเริ่มจะตัดใจไปเรียนทางเศรษฐศาสตร์ บัญชี แต่ก็ไหนๆก็เรียนทางวิทย์มาแล้ว ลองสอบพยาบาลดูก็ไม่เสียหายอะไร…

พอพูดถึงพยาบาล พี่ก็นึกถึง พยาบาลเกื้อการุณย์ ของ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช (เพราะพี่ผ่านโรงพยาบาลวชิระบ่อยเลยไปศึกษาดูว่ามีคณะอะไรของมหาวิทยาลัยนี้บ้าง) ซึ่งก็พบว่า มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มีทั้งหมด 3 คณะเท่านั้น

1. พยาบาลศาสตรบัณฑิต คณะพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณย์
2. แพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล

3. วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล

ซึ่งมหาวิทยาลันนี้เป็น มหาวิทยาลัยสังกัดของ กทม. กลับมาในเรื่องของพยาบาลเกื้อการุณย์นะคะ พี่ก็ตัดสินใจสมัครพยาบาลที่นี้แหละที่แรก

(สมัครวันแรกของวันที่รับสมัครเลย คือวันที่ 3 ตุลาคม 2559) เพราะว่าพี่ดูว่าที่นี่รุ่นพี่ช่วยเหลือรุ่นน้องและเปย์รุ่นน้องหนักมากค่ะ 555555แล้วก็มีสายรหัสรุ่นพี่ รุ่นน้อง คอยช่วยเหลือกันแบบครอบครัว พี่เลยเลือกที่นี่ค่ะ

 

 

 

จากนั้นก็ต้องส่งเอกสารและหลักฐานการสมัครไปภายในวันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม 2559 แต่!! เนื่องจากตอนนั้นเป็นช่วงปิดเทอม แล้วพี่ไม่ได้ขอ ปพ.จากที่โรงเรียนไว้ กว่าจะขอปพ.ได้ก็เลยวันที่ 17 ตุลาคม 2559 ไปแล้วค่ะ TT พี่ก็เลย face book ไปถามแอดมินเพจ “คณะพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณย์” ไปสอบถามว่าขอส่งเอกสารไปทีหลังได้ไหม พอแอดมินบอกว่าได้พี่ก็เลยรีบส่งตามหลังไป (ตอนแรกนึกว่าจะไม่ติดแล้วแหละ ส่งช้ามากๆ เลยกำหนดวันไปแล้วด้วย) หลักฐานที่ส่งไปประกอบด้วย

 

 

พอวันประกาศผล Gat Pat และ 9 วิชาสามัญ  คะแนนพี่แบบน้อยมากค่ะน้องๆ

Gat 173.62/300      Pat2  81/300

วิชาสามัญ >> ภาษาไทย 68/100 สังคม 52/100 ภาษาอังกฤษ 43.75/100 คณิตศาสตร์1 26/100 ฟิสิกส์ 28/100  เคมี 24/100 ชีวะ 38.75/100
(คือไม่ถึง50คะแนนตั้ง 5 วิชา 55555555) ทีนี้ก็เครียดเลยค่ะ คิดว่าจะไม่ติดแล้ว แต่เหมือนโชคจะเข้าข้าง

 

พี่สมัครโควตาทั่วไปรับ 148 คน แต่ทางมหาวิทยาลัยประกาศคนที่ให้มีสิทธิสัมภาษณ์ทั้งหมด 600 คน!! เยอะมากๆๆเลยค่ะ พี่ก็ได้แต่คิดว่า อ

ย่างน้อยเราก็ผ่านมาด่านนึงแล้ว แต่แค่ 148 คน ประกาศมา 600 คน จะได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะน้องๆ นี่คือของโควตารับตรงทั่วไปนะคะ แต่ถ้ารับตรงโควตา จะรับ 27 คนค่ะ

น้องๆสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.kcn.ac.th/kcn/web/main.php  นะคะ

พอรู้ตัวว่าติดแล้ว….ก็ต้องไปตรวจร่างกายกันก่อนค่ะ โดยตรวจที่โรงพยาบาลที่ไหนก็ได้ (รพ.รัฐทั้งหมดก็1000กว่าบาทอ่ะค่ะ ถ้าเอกชนก็จะแพงกว่านั้น) ก็จะมีตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ปอดและกระดูกสันหลัง

 

การเตรียมตัวก่อนสัมภาษณ์นะคะ

  1. น้องๆควรมีแฟ้มสะสมผลงาน
  2. น้องๆต้องตัดเล็บมือและเล็บเท้าให้เรียบร้อย (ถอดถุงเท้าตรวจเล็บเท้าด้วยนะคะ) เล็บห้ามไว้ยาวและห้ามทาสีที่เล็บนะคะ ทั้งมือและเท้าเลยค่ะ
  3. เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมนะคะอย่าตื่นเต้น (ฝึกสก็อตจั้มมาด้วยยิ่งดีค่ะ) เพราะตอนสัมภาษณ์มีให้
    สก็อตจั้มด้วยนะคะ

 

 

มาพูดถึงวันสัมภาษณ์ดีกว่าค่ะ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมานั่นเอง

ทางคณะเริ่มแจกบัตรคิวตอน7.30 น. ซึ่งพี่ก็ไปเวลาประมาณนั้น ปรากฏว่ามีคนมาก่อนหน้าพี่เยอะอยู่พอสมควร (ได้คิวที่ 100 กว่าๆ เลยทีเดียว) หลังจากนั้นรุ่นพี่ก็ให้มานั่งเรียงแถวไว้ แล้วก็ให้ลุกทีละแถวไปรับบัตรคิว แล้วเดินเข้าไปนั่งที่อาคารโถงในคณะ (ห้ามผู้ปกครองเข้าไปนะคะ) จริงๆพี่หาประวัติคณะพยาบาลของที่นี่อ่านตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ จำชื่อคณบดี สัญลักษณ์โน่นนี่นั่น เยอะแยะ แต่อาจารย์ไม่ได้ถามเลยค่ะ 5555555 (สำหรับอาจารย์ห้องพี่นะคะ) ก็ระหว่างที่นั่งรอเรียก รุ่นพี่ก็จะเข้ามาถามว่า น้องกินข้าวเช้ามารึยัง ใครจะเอาอะไรมั้ย เดี๋ยวพี่ไปซื้อให้ (สำหรับตัวพี่ก็ฝากรุ่นพี่ซื้อน้ำหนึ่งขวด)

 

หลังจากนั้นก็เรียกตามบัตรคิวทีละ 50 คน ไปรับเอกสารที่จะใช้สำหรับสัมภาษณ์ ก็จะให้เราเซ็นชื่อ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง จากนั่นก็ไปอีกชั้นหนึ่งเพื่อส่งใบตรวจร่างกาย คืออาจารย์ก็จะวิเคราะห์ให้เราฟังว่า จากผลการตรวจเลือด เรามีภูมิต้านทานหรือไม่มีภูมิต้านทานอะไร (อย่างเช่นจะเป็นพยาบาล ถ้าน้องไม่มีภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี อาจารย์ก็จะเขียนไว้ แล้วถ้าน้องติดที่นี้จริงๆ น้องก็จะได้ฉีดยาไวรัสตับอักเสบบีฟรีค่ะ) หลังจากนั้นก็ต้องเดินไปอีกตึกหนึ่ง ตามห้องจากลำดับที่ที่เราได้ค่ะ

 

 

 

สมมติได้ลำดับที่ 1 น้องก็จะได้ไปที่ห้อง 6206 ตามรูปเลยค่ะ (ขออภัยถ้าภาพไม่ชัดนะคะ พี่ถ่ายเองค่ะ) จากนั้นก็นั่งรอ

 

 

 

ห้องสัมภาษณ์เป็นแบบนี้ค่ะ คือเราจะมองไม่เห็นข้างในเลย แล้วก็จะเข้าไปทีละคน โดยจะมีอาจารย์3ท่านนั่งเรียงกันอยู่ สิ่งที่น้องๆควรทำก็คือ มองหน้าอาจารย์ อย่าหลบตานะคะ แล้วตอบคำถามให้มั่นใจที่สุดค่ะ ตอบตามความจริงนะคะ สำหรับอาจารย์ห้องพี่เป็นอาจารย์ผู้หญิง 3 คนเลยค่ะ ใจดีมากๆๆเลยค่ะ

อาจารย์1 : สวัสดีค่ะ

พี่ : ยกมือไหว้ พร้อมกับกล่าวคำว่าสวัสดีค่ะ

อาจารย์1 : นั่งเลย

พี่ : ขอบคุณค่ะ

อาจารย์2 : ไหน แนะนำตัวเองสิค่ะ

พี่ : ชื่อ ……………………………….. ค่ะ มาจากโรงเรียน………………………สายวิทย์-คณิตค่ะ

อาจารย์3 : ขอดูแฟ้มสะสมผลงานหน่อยค่ะ

พี่ : นี่ค่ะ (พร้อมยื่นแฟ้มให้อาจารย์3)

——-จากนั้นอาจารย์3ก็จะนั่งดูแฟ้มสะสมผลงาน ส่วนอาจารย์อีก2ท่านก็ทำหน้าที่สัมภาษณ์เราแล้วจดบันทึกข้อมูล——-

อาจารย์3 : เคยเรียนโรงเรียนนี้ด้วยหรอค่ะ ตอนประถมอ่ะค่ะ

พี่ : ใช่ค่ะ (ยิ้ม)

อาจารย์1 :   อย่างงี้ก็ต้องท่องบทสวดเป็นสิค่ะ

พี่ : ท่องได้แต่ วันทามารีย์อา ค่ะ (ยิ้มมมมม ^_^)

อาจารย์ 3 : เรียกอาจารย์2ดูแฟ้มสะสมผลงานพี่ แล้วบอกว่า ดูรูปตอนเด็กๆสิน่ารักมากๆเลยยย

พี่ : ยิ้มมมมม

อาจารย์1 : ทำไมถึงอยากมาเรียนพยาบาลค่ะ

พี่ : หนูว่าการเรียนพยาบาลก็ไม่ต่างอะไรจากการเรียนหมอค่ะ การเรียนพยาบาลก็ได้ช่วยเหลือคนเหมือนกัน แถมยังเหนื่อยกว่าหมอด้วยค่ะ ที่หนูอยากเป็นพยาบาลเพราะหนูเคยโดนรถชนแล้วได้เข้าไปอยู่ในห้องฉุกเฉิน มีพี่ๆพยาบาลดูแลอย่างดี คอยทำแผลให้ คอยชวนคุย หนูนอนในห้องฉุกเฉินตั้ง 5 ชั่วโมง หนูเห็นว่าทั้งพยาบาลแล้วหมอทำงานเหนื่อยและหนักมากเพื่อช่วยคนไข้ และหนูก็พร้อมจะเป็นแบบนั้น เพื่อรักษาชีวิตของคนอื่นค่ะ ยอมเหนื่อยนิดหน่อยแต่มันก็เป็นความสุขที่ได้เห็นเขารอดจากความตายค่ะ

อาจารย์ 1 : ที่บ้านโอเคมั้ยค่ะ ถ้าจะมาเรียนพยาบาล

พี่ : โอเคค่ะ

อาจารย์ 1 :   แล้วรู้ใช่ไหมค่ะว่าต้องนอนหอ หนูจะอยู่ได้ใช่มั้ย จะไม่คิดถึงบ้านใช่มั้ย

พี่ : อยู่ได้ค่ะ

อาจารย์ 2 : บ้านอยู่แค่นี้เอง คิดถึงก็ไปหาได้เนอะ ใกล้ๆ

พี่ : ค่ะ (ยิ้มมมม ^_^)

อาจารย์ 1 : มีแฟนรึยังค่ะ

พี่ : ยังค่ะ

อาจารย์1 : แล้วคิดจะมีแฟนเมื่อไหร่ค่ะ

พี่ : หนูว่าหนูรอให้เข้ามหาลัยให้ได้ก่อนดีกว่าค่ะ ค่อยคิดเรื่องนี้ เพราะถึงคบกันไปตอนนี้ก็อาจจะเลิกกันในอนาคตได้

อาจารย์1 : อ่อ 55555 (อาจารย์หัวเราะ)

อาจารย์2 : 4 อันดับแอดมิชชั่น จะเลือกอะไรค่ะ

พี่ : ถ้าได้รับตรงที่นี้ หนูก็ไม่แอดมิชชั่นแล้วค่ะ

อาจารย์2 :   แล้วถ้าเกิดไม่ได้ที่นี่ล่ะค่ะ มีแผนสำรองยังไง

พี่ :   ก็จะเลือกแอดมิชชั่นเข้าที่นี้ค่ะ

อาจารย์1 :   อันดับแรกเลยหรอค่ะ

พี่ : ค่ะ

อาจารย์1 : แล้วถ้าไม่ได้อันดับ1 อันดับ 2 3 4 เลือกอะไรค่ะ (พร้อมกับดูใบที่เขาแจกตอนลงทะเบียนสัมภาษณ์ มันจะมีที่ให้เขียนว่าเราจะเลือกอะไร4อันดับบ้าง)

พี่ :   ก็คงเลือกสาธารณสุข อ่ะค่ะ

อาจารย์ 1 : โอเคค่ะ แล้วหนูมีความสามารถพิเศษอะไรบ้างค่ะ

พี่ : ไม่มีค่ะ (ตอบอย่างมั่นใจพร้อมกับยิ้มๆ)

อาจารย์1 : หนูไม่คิดก่อนสักนิดหรอลูก ทำไมตอบเร็วจัง

พี่ :   ก็ไม่มีจริงๆค่ะ 55555

อาจารย์2 : ดนตรี กีฬา ไม่เล่นเลยหรอ

พี่ : ไม่ค่ะ แต่หนูก็มีร่วมกิจกรรมโรงเรียนบ้างนะคะ พวกร้องเพลง เต้น อะไรประมาณนี้ค่ะ แต่ว่านานมาแล้วนะคะ ตอนนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องเรียนค่ะ ตอนนี้ก็ไม่ค่อยได้ฝึกแล้วค่ะ

อาจารย์3 : ไม่เล่นกีฬาอย่างนี้จะไหวหรอค่ะ

พี่ : ไหวค่ะ

อาจารย์1: ไหนยืนขึ้นสิค่ะ

พี่ : ลุกขึ้นยืน

อาจารย์ 1 :   ขอดูมือหน่อยค่ะ ทั้ง2ข้าง

พี่ : ยืนมือให้อาจารย์ดู (ดูเล็บมือนะคะ)

อาจารย์2 : เดินไปมุมห้องค่ะ ยกกระโปรงขึ้นด้วยนะคะ

พี่ : เดินไปมุมห้องพร้อมกับยกกระโปรงขึ้นเหนือเข่า (พี่ไม่มั่นใจว่าเขาเรียกว่าอะไรนะคะ แต่อาจารย์เขาดูบุคลิกการเดินของเราว่าเหมาะไหม เข่าเรางอไหมพร้อมกับดูเล็บเท้าไปด้วย ตอนนี้คือถอดถุงเท้าตั้งแต่ก่อนเข้าห้องสัมภาษณ์แล้วนะคะ) รุ่นพี่บอกว่า เหมือนเดินแบบให้อาจารย์ดู 555555

อาจารย์ 2 :   ไหนสก็อตจั้มได้มั้ย ในเมื่อไม่ได้เล่นกีฬาเลยหนะ

พี่ : ได้ค่ะ (ยิ้ม)

อาจารย์2 : สก็อตจั้มให้ดูหน่อยค่ะ 5 ครั้ง

พี่ :   สก็อตจั้ม ไป5 ครั้ง

อาจารย์ 1 : โอเคค่ะ เสร็จแล้วนะคะ

พี่ : อ่อ สวัสดีค่ะ

อาจารย์ 2 : ขอให้โชคดีนะคะ

พี่ : ขอบคุณค่ะ (ยิ้ม)

ปล.พี่อยากจะบอกว่าให้ยิ้มเยอะๆๆนะคะ พร้อมกับตอบให้มั่นใจนะคะ

และแล้ววันที่ 22 มีนาคม 2560 ก็มาถึง วันประกาศผลตัวจริงที่ติดคณะพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณย์ สรุปว่าพี่ติดค่ะ ดีใจมากๆๆเลยค่ะ แล้วก็เตรียมตัวจะไปมอบตัวในวันที่ 3 เมษายน 2560 นี้แล้วค่ะ

 

น้องๆสามารถเข้าไปพูดคุยกะพี่ได้เลยนะครับ ที่ Facebook : Nam Napat   ตัวจริงน่ารักมากนะบอกไว้ก่อน

 

สรุปการสอบรับตรง

1.ก่อนสมัครสอบ

สิ่งที่สำคัญมากที่สุด คือข้อมูล ควรศึกษาก่อนว่ารับตรงจะมาช่วงไหน ในปี 2560 จะมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่หลักฐานการสมัครสอบ คะแนนที่ใช้ไม่เปลี่ยนไปมากนัก เป็นไปได้ เปิดเทอมมาให้รีบไปขอใบแสดงผลการเรียน 4 เทอม 5 เทอม ด้วย  หลังจากนั้นให้เตรียมตัวอ่านหนังสือเลย สรุปไงก็ไม่น่าเกิน GAT-PAT หรือ วิชาสามัญ

 

ควรตั้งเป้าหมายด้วยว่า ควรจะได้คะแนนเท่าไร รุ่นพี่โพสไว้ให้แล้วนะ

 

2.ระหว่างสมัคร

ให้เตรียมตัวดูข้อมูลว่าสิ่งที่กรอบถูกต้องไหม เอกสารที่ให้ส่งมีอะไรบ้าง เพราะมหาวิทยาลัยได้แจ้งแล้ว กรณีน้องส่งผิดพลาดทางมหาวิทยาลัยอาจจะให้น้องส่งใหม่ แต่เรื่องนี้ไม่ควรผ่าน ที่สำคัญเมื่อส่งเอกสารและชำระเงินแล้ว อย่าลืมตรวจสอบสถานะการสมัคร

 

3.ประกาศผล

เตรียมสอบให้ดีทีว่า เอกสารที่เตรียมไปมีอะไรบ้าง เตรียมคำตอบที่จะโดนสอบสัมภาษณ์ บางที่ต้องสอบข้อเขียนหรือความถนัดด้วย

 

  ———————————————————————————————

คลิกช่องทางการติดต่อ

ข่าวรับตรงคณะพยาบาลศาสตร์ คลิกอ่านที่นี้

หรือสนใจมหาวิทยาลัยไหนสามารถคลิกรูปด้านล่างได้เลย

ติดตามข่าวทางline คลิกที่นี้

line

รับตรง60 หลักสูตรทันตแพท

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น