Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!
Breaking News
Home / รีวิวการสอบเข้าจากรุ่นพี่ / สร้างฝันไอดอล EP.4 ติดตามชีวิตนักศึกษาแพทย์ โลกทั้งใบสวยได้เพราะรอยยิ้มของเธอ

สร้างฝันไอดอล EP.4 ติดตามชีวิตนักศึกษาแพทย์ โลกทั้งใบสวยได้เพราะรอยยิ้มของเธอ

คลิกติดตามข่าวทางline

เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บมหาวิทยาลัยนะครับ

เป็นเว็บไซต์รวมข่าวรับสมัครรับตรง ทุนต่างๆทั่วประเทศให้น้อง

สร้างฝันไอดอล EP.4 ติดตามชีวิตนักศึกษาแพทย์ โลกทั้งใบสวยได้เพราะรอยยิ้มของเธอ

 

 

พี่นัท -แนะนำตัวเองหน่อยครับ

พี่ลี่- สวัสดีคะ ชื่อ ลิลลี่ วรัญญา งานทวี คะ ปีนี้ก็อายุ 24 ปีแล้ว เรียนอยู่ชั้นปีที่6 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตคะ

 

พี่นัท-คำถามแรกที่พี่นัทและหลายๆคนอยากรู้แน่ๆ คือ “มีแฟนยังครับ

พี่ลี่-ยังไม่มีค่ะ

 

พี่นัท-ตอนเรียนที่เมืองนอกกับเมืองไทย ต่างกันตรงไหนครับ

พี่ลี่-ต่างกันที่ เมืองไทยจะเน้น วิชาการมากกว่าคะ ตอนเรียนอยู่ที่ประเทศ New Zealand เค้าจะไม่เน้นวิชาการมาก เน้นว่า เราถนัดด้านไหน มีให้เลือกลงเรียนได้เอง ตามความชอบคะ ไม่บังคับว่า ต้องเรียนวิชาอะไรๆ เท่านั้น ตอนสอบ ก็สอบเฉพาะวิชาที่ตัวเองเลือก

 

พี่นัท-สอบติดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตได้อย่างไงครับ

พี่ลี่– จริงๆ พี่ลี่สอบเข้าโดย กสพท. คะ เป็นรุ่นแรกๆใช้คะแนนสอบวิชาสามัญ + ความถนัดวิชาชีพ

 

พี่นัท-เนื่องจากพี่ลี่อยู่เมืองนอก ตำราเมืองนอกน่าจะต่างจากเมืองไทย เตรียมความพร้อมในการสอบจากประเทศไทยอย่างไร

พี่ลี่ -อ่อ พี่ลี่กลับมาเรียนเมืองไทยอยู่ช่วงนึงเลยคะ แล้วถึงสอบกสพท. ก็เน้นอ่าน และ เรียนพิเศษในเฉพาะวิชาที่อ่อนมากๆ คะ เอาจริง ลี่เป็นคนขี้เกียจ ไม่ค่อยกลับมาทบทวน ถ้าทบทวน อาจจะเก่งกว่านี้ก็ได้555 อาศัยเป็นคนอ่านครั้งไม่กี่ครั้งแต่ต้องจำและเข้าใจให้ได้เลยไม่ต้องอ่านมาก ก็จำได้ ซึ่งไม่ดีเลยนะคะ แบบนี้ไม่แนะนำ 5555 เราควรจะทบทวนสิ่งที่เรียนทุกๆ วัน

 

พี่นัท-แนะนำหนังสือที่อ่านตอนสอบหน่อยครับ

พี่ลี่– โหย เอาจริง มันก็ประมาณ6ปีที่แล้วเนาะ55555 นานมากๆ ก็อ่านหนังสือทั่วไปก่อนเลยเลยคะ แล้วมาทำพวกโจทย์เก่าๆ ตั้งแต่สมัย A-net, Entrance มาจนถึงพวก 7 วิชาสามัญ 555  ตอนนี้ไม่แน่ใจระบบการสอบว่าเป็นยังไงแล้ว55555 แต่สำคัญที่ซื้อมาอ่านทุกเล่มนะ ไม่ได้กองไว้เฉยๆ จากเล่มดีๆกลายเป็นเต็มไปด้วยปากกาไฮไลท์

 

พี่นัท-แนะนำวิธีการอ่านหนังสือที่ดีที่สุดสำหรับพีลี่ได้ไหม

พี่ลี่-สำหรับเราแล้ว การอ่านหนังสือที่ดีที่สุดคือ การอ่านตอนเราพร้อมคะ คือ ไม่ง่วง ไม่หิว ไม่คิดถึงเรื่องอื่น
อย่างลี่นี่ ต้องนอนพอ ต้องได้กินอาหารก่อน แล้วก็ทำอย่างอื่นที่อยากทำจนหมดแล้ว พอได้เวลา อ่านหนังสือ ก็จะทำให้เรามีความตั้งใจกับเรื่องที่อ่าน ไม่ว้อกแว้ก ไปเรื่องอื่นคะ ทำให้การอ่านหนังสือมีประสิทธิภาพมากคะ เป็นไปได้อย่าอยู่ใกล้มือถือกับคอมพิวเตอร์จะดีที่สุดคะ

 

พี่นัท-มหาวิทยาลัยรังสิตการเรียนการสอนแต่ละปีเป็นไงบ้างครับ สังคมม.นี้เป็นอย่างไรครับ

พี่ลี่ -ปี1-3เทอม1 จะเรียนที่ มหาวิทยาลัยรังสิตคะ
พอ ปี3เทอม2จนถึงปี6 ก็จะย้ายมาเรียนที่ รพ.ราชวิถีคะ
ปี1 ก็จะเรียนวิชาทั่วไป ไม่ได้เกี่ยวกับแพทย์เลยคะ ก็จะมีเลข ฟิสิกส์ ชีวะ เคมี กฎหมาย และก็มีพวกพละ
ปี2 ก็จะเริ่ม มีเรียน anatomy กับ physiology กับ Biochemistry กับ Cell biology และทุกวิชาก็จะมีlabเยอะหน่อย มีการผ่าอาจารย์ใหญ่ เพื่อให้เราได้เข้าใจanatomyของคนมากขึ้น ซึ่งควรจะตั้งใจเรียนเพราะตอนขึ้นปี4-6และตอนจบหมอไปแล้วจะ ต้องใช้เยอะเลยคะ
ปี3 จะเรียน hematology, pathology, micrology, immunology ประมาณนี้คะ

ปี4-6 จะคล้ายๆ กันคือ เข้ามาเรียนในโรงเรียนแพทย์ สำหรับของรังสิตจะมี2ที่ คือ รพ.ราชวิถี+รพ.เด็ก และ รพ.เลิศสิน ของลี่สอบเข้ากสพท. ปีลี่ทุกคนที่สอบเข้ารอบกสพท.เรียนที่รพ.ราชวิถี+รพ.เด็กหมด
สำหรับการเรียนในช่วงนี้ ก็จะเป็นการเรียนที่เน้นการดูแลคนไข้จริง คือ เน้นการทำหัตถการ การดูแลผู้ป่วยเหมือนหมอจริงๆ แต่ต่างกันแค่ เราจะทำอะไร จะมีคนที่จบแพทย์แล้วจริงๆ คอยควบคุม คือ ห้ามทำเอง นั่นเอง โดย จะแบ่งเป็น4วอร์ดหลักๆ คือ สูตินรีเวช ศัลยกรรม กุมารเวชศาสตร์ และ อายุรกรรม ปีนึง ก็จะวนทุกวอร์ด วอร์ดละหลายๆ เดือน จะมีการมา ดูแลคนไข้ตอนเช้า ตอนเย็น การอยู่เวร การทำงาน และก็จะมีlectureเล็กๆ น้อยๆ คอยเสริมบ้าง ส่วนมากชีวิตก็จะประมาณนี้คะ

สังคมคณะนี้ ก็ดีนะคะ.. เพื่อนๆ ก็น่ารักคะ อาจารย์ก็น่ารักคะ ใจดี สำหรับลี่ตอนเรียนในรพ.ราชวิถี ก็มีอาจารย์บางท่านที่สนิทค่อนข้างมาก รักอาจารย์เหมือนเป็นคุณแม่คนนึงเลย อาจารย์จะคอยดูแล เป็นห่วงเราเสมอ เจอกันทีไรก็ต้องคุยยาว555555 คือ อาจารย์เป็นทุกอย่างเลยคะ มีอะไรก็เล่า ก็บ่นให้ท่านฟังได้55555

 

พี่นัท-หลังจากเป็นเน็ตไอดอล เพจต่างๆเอารูปไปลงได้รับความนิยมมากในช่วงหนึ่ง รู้สึกอย่างไง เราประพฤติตัวเองอย่างไร

พี่ลี่-โหย.. ลี่ยังห่างไกลกับคำว่าเน็ตไอดอลมากเลยคะ
คือชีวิตประจำวันนี่ มีแต่ กิน กับ นอน กับ มาทำงานในโรงพยาบาล5555
เรื่องที่มีคนเอารูปไปลงเพจต่างๆ สำหรับลี่ ตอนแรกก็รู้สึกงงๆ นะคะ เพราะเราไม่ได้สวยอะไรเลยคะ ก็รู้สึกตกใจนิดหน่อย ส่วนการใช้ชีวิตประจำวัน ก็ปกติเหมือนเดิมเลยคะ คือ ตื่นเช้าไปโรงพยาบาล วันไหนไม่อยู่เวร ก็ไปสยาม ไปพารากอน ส่วนมาก ลี่จะไม่แต่งหน้าเลย แบบ หน้าสดจริงๆ555 ไม่ทาแม้แต่กันแดด ไม่เขียนคิ้ว ก็แบบไปกินข้าว ไปช้อปปิ้ง5555 ก็มีคนเข้ามาทักบ้างนะคะว่า นี่ลิลลี่ใช่ไหม555 ก็มีคนมาขอถ่ายรูปบ้าง ลี่ก็งงๆ 555555 แต่ถามว่าการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปไหม ก็ไม่เลยคะ ยังเป็นคนเดิม คือ สามารถ ใส่ชุดนอน หน้าสด ไปพารากอนได้ในวันหยุด ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไป555555

แต่ก็จะมีน้องๆ ที่ติดตามใน facebookหรือinstagram ทักมาถามเรื่องชีวิตการเรียนหมอบ้างคะ ลี่ก็ยินดีตอบทุกคนน้า

 

 

พี่นัท-จบมาคิดว่าตัวเองจะไปเป็นหมอในแผนกไหน

พี่ลี่-สำหรับตอนนี้นะคะ ลี่อยากเป็นหมอเด็กมากที่สุดคะ เพราะชอบตัววิชานี้มาก และก็มีแรงบันดาลใจมาจากคุณแม่คะ คุณแม่เป็น กุมารแพทย์เฉพาะทาง และ จบsub-specialistเป็น allergy (ภูมิแพ้) ด้วยคะ คือ รู้สึกประทับใจมาก คุณแม่เป็นคนขยัน ตั้งใจดูแลคนไข้เสมอ5555 อีกอย่าง ที่บ้านก็มีหมอหลากหลายคะ พี่สาวกำลังจะเรียนเฉพาะทาง ด้านตา ญาติๆ ก็เป็นหมอตา หมอหูคอจมูก หมอศัลยกรรม หมออายุรกรรม กันหมด5555 เลยอยากเป็นหมอที่แตกต่างคะ55555

 

 

พี่นัท-มีอะไรจะฝากน้องๆที่อยากเป็นหมอหรืออยากเข้าวิทย์-สุขภาพไหมครับ

พี่ลี่-สำหรับน้องๆ คนไหนที่อยากจะเป็นหมอ อยากให้ตั้งใจเรียนก่อน เพราะความจริงสำหรับพี่พี่ว่า น้อยคนนักที่จะรู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไร แม้จะเคยไปค่ายเปิดบ้านของคณะนั้นๆ แล้ว แบบ พี่ไม่เคยไปเลยนะ พวกค่ายเปิดโลกแพทย์อะไรแบบนี้ ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะคะ ก็ดีแหละพี่ว่า แต่แบบ มันก็แค่ไป1-2วัน ที่เราจะเห็นก็แค่ส่วนนึงของอาชีพนั้นๆ ไม่ได้ทั้งหมด มันก็ยากที่จะรู้จริงๆ ว่าเราชอบคณะนั้นๆ ไหม.. แต่ก็ไว้ให้น้องตัดสินใจได้มากขึ้น เวลามีค่ายหรือOpen hosueควรไปทั้งคณะที่ตัวเองชอบและไม่ชอบนะ ที่สำคัญต้องเข้าไปศึกษาแบบจริงๆจังๆนะ

 

ขนาดเรียนหมอนะ เพื่อนพี่หลายคน เรียนมาถึงปี4ค่อยลาออก เพราะปี1-3 มันไม่ใช่เรียนงานแพทย์จริงๆ มันคือเรียน basic science แต่พอปี4-6 เราจะเรียนแพทย์จริงๆ คือการดูคนไข้ การอยู่เวร การทำหัตถการ มันคือแตกต่างจากชีวิตปี1-3จริงๆ จะชอบไม่ชอบก็ดูกันตอนนี้แหละ55555

แต่ถ้าน้องๆ ตั้งใจเรียนตั้งแต่ต้น ขยันอ่านหนังสือ สุดท้าย อยากเรียนอะไร มีความฝันอยากเข้าคณะไหน ก็จะมีโอกาสสอบติดมากกว่า มีโอกาสเลือกมากขึ้น สุดท้ายแล้ว พี่อยากให้น้องๆ ทุกคนตั้งใจเรียน อย่ากดดันตัวเองมากไป ใช้คำว่า ขยันสม่ำเสมอดีกว่า มันจะไม่ค่อยเหนื่อย ไม่ฝืนตัวเองมากเกินไป แล้วจะมีความสุขกับการเรียน

บทความยังไม่จบเพียงเท่านั้นนะจ้า ใครอยากรู้ว่าการเตรียมตัวสอบเข้าจริงๆเป็นอย่างไร ต้องนอนดึกแค่ไหน การเรียนและการฝึกงานแบบเจาะลึกให้รอติดตามในlive สดเร็วๆนี้นะ ที่เพจ sangfans.com – TCAS รับตรง ทุน ค่าย


ประวัติส่วนตัวพี่ลี่

⇒มัธยมศึกษาตอนต้น ศึกษาที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน

⇒มัธยมศึกษาตอนปลาย ศึกษาที่  Southland Girls High School ประเทศนิวซีแลนด์

⇒มหาวิทยาลัย : วิทยาลัยแพทยศาสตร์ หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรังสิต

 

อันนี้พี่นัทถามเองเอาไว้ให้น้องๆที่อยากมีแฟนเป็นหมอ

งานอดิเรก : กิน นอน ทำงาน

ของกินที่ชอบ : ขนม ทุกอย่างที่อร่อย

สีที่ชอบ : สีเขียวมิ้นท์

สเปคผู้ชาย : บอกยากแหะ5555 ชอบคนฉลาด นิสัยดี ไม่เจ้าชู้

สถานที่ที่ชอบไป : ร้านอาหาร ร้านขนม

ของขวัญที่อยากได้ : ขอให้แม่อยู่กับหนูตลอดไป

 

สามารถติดตามได้ที่

Facebook :  Varanya Nganthavee

IG : lilyvaranya

IG เดิมพี่ลี่เค้าโดนHack เข้าไปติดตามชีวิตนักศึกษาแพทย์ได้นะ


 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *